เที่ยวแบบครอบครัว เตรียมตัวอย่างไร

เที่ยวแบบครอบครัว เตรียมตัวอย่างไร

จะเที่ยวทั้งทีต้องเที่ยวให้สนุกและได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน ขอแนะวิธีเที่ยวให้สนุกสุด ๆ ไร้กังวลมาบอกกันค่ะ  พอมีวันหยุดยาว ๆ ทีไร ใจมันเต้นตึ้กตั้ก เกิดอาการคึกคักอยู่บ้านไม่ติดค่ะ ทั้งพ่อแม่ลูก ขอบอกว่ายิ่งลูกโตยิ่งเที่ยวสนุก เพราะเขาช่วยเหลือตัวเองได้ดีแล้ว แถมยังสามารถเป็นเรี่ยวแรงช่วยพ่อแม่ จัดเตรียมข้าวของและช่วยเหลือเราในเรื่องต่าง ๆ ได้ดีทีเดียวค่ะ

เที่ยวอย่างไรให้ทั้ง ...สนุกและได้เรียนรู้

ทีนี้จะเที่ยวให้สนุก ก็ต้องมีการเตรียมตัวกันสักหน่อย เริ่มต้นด้วยการหาข้อมูลกันก่อนค่ะ แหล่งที่คุณจะหาข้อมูลเส้นทางและสถานที่ท่องเที่ยว ได้แก่

ยุคนี้อินเตอร์เน็ตย่อโลกเข้ามาใกล้คุณค่ะ เข้า web ที่เป็น search engine ทั้งหลาย เช่นเว็บ googleเว็บกระปุก,เว็บพันทิป หรือ เว็บการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือให้ลูก ๆ เขาช่วยสิคะ เพราะเขาชำนาญในการใช้อินเทอร์เนตกว่าเรา ช่วยกันดูกับลูก ช่วยกันวางแผน เป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์ร่วมกันได้เป็นอย่างดี

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โทร. 1672

หนังสือแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว หาซื้อตามร้านหนังสือทั่วไป หรือแผ่นพับ โบรชัวร์ คู่มือเล่มเล็ก ขอได้จากททท. และศูนย์ส่งเสริมการท่องเที่ยว

ถามเพื่อน ๆ บางทีเรามองข้ามการหาข้อมูลจากคนใกล้ตัวไป (ให้รายละเอียดได้ดีกว่าการท่องเที่ยวฯซะอีก) หรือเข้าร่วม

ชมรมต่าง ๆ เช่น ชมรมจักรยานแห่งประเทศไทย ฯลฯ

เตรียมเส้นทาง

การเตรียมศึกษาเส้นทางไว้ก่อนล่วงหน้า จะทำให้ไม่เสียเวลาหลง หรือหากเจอทางรถติด ก็อาจเลี่ยงไปใช้ทางอื่นได้(เพราะรู้เส้นทางล่วงหน้า) และทำให้รู้ระยะเวลาในการเดินทางไปแต่ละที่

หาซื้อแผนที่ติดรถ ทั้งแผนที่กรุงเทพ แผนที่ประเทศไทยโดยรวม แผนที่เส้นทางหลวง แผนที่จังหวัดที่จะไป

ศึกษาแผนที่ให้ดีก่อน ขอบอกว่าคนไม่เคยดูแผนที่มาก่อนจะดูยาก และอาจเป็นเหตุให้คนขับกับเนวิเกเตอร์ทะเลาะกันเปล่า ๆ อาจจะใช้ marker ขีดเส้นทางและสถานที่ที่จะไปไว้

เตรียมเวลา

การจัดการเรื่องเวลามีส่วนสำคัญมากในการเที่ยว บางคนบอกว่า ทำงานยุ่งมากไม่มีเวลาไปเที่ยวกับลูกหรอก แต่จริง ๆ ถ้าเราจัดการเรื่องเวลาดี ๆ เราก็สามารถไปเที่ยวได้ และจะทำให้เที่ยวได้อย่างคุ้มค่า สนุก และไม่เหนื่อยเกินไปอย่างแรก ดูเวลาของคนทั้งครอบครัวก่อนว่า เหมาะจะไปเที่ยวแบบไหน เที่ยววันเดียว...ไปเช้าเย็นกลับ หรือค้างคืน (ในเรื่องนี้งบประมาณก็สำคัญค่ะ) สำหรับคนที่ busy มาก ๆ เลือกแบบไปเช้าเย็นกลับก็ดีค่ะ

ต้องศึกษาก่อนว่า การเดินทางไปแต่ละที่ใช้เวลาเท่าไร และควรจะเที่ยวตรงนั้นนานเท่าใด โดยเฉพาะถ้าเป็นการเที่ยวแบบวันเดียวจบ เผื่อการจราจรติดขัดด้วย

ถ้าเป็นไปได้ การเที่ยวในวันธรรมดาที่ไม่ใช่วันหยุด หรือเทศกาล จะเที่ยวได้สบาย ๆ รถไม่ติด ไม่ต้องเบียดเสียดกันเที่ยว(ขอบอกว่าหมดอารมณ์จริง ๆ )

ออกเดินทางแต่เช้าตรู่ ไม่เกิน 7 โมงเช้า ได้สูดอากาศเช้าปลอดโปร่ง ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้น แดดรำไร สบายใจสบายตาค่ะ

เตรียมพร้อมความปลอดภัย

ความปลอดภัยในการเดินทางเป็นข้อคำนึงถึงอันดับหนึ่งค่ะ ซึ่งได้แก่

ตรวจเช็ครถยนต์ที่ใช้เดินทาง อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย เช่น เบรค สภาพยาง เข็มขัดนิรภัย สำหรับเด็กเล็กต้องมีเบาะนั่งนิรภัย ฯลฯ

ตรวจเช็คสถานที่ที่จะไปและเส้นทางว่าเสี่ยงต่อความปลอดภัยบ้างไหม เช่น ถนนหนทางเปลี่ยว สภาพถนนไม่ดี เป็นต้น

สุขภาพของสมาชิกที่ร่วมเดินทาง มีโรคประจำตัวหรือไม่ ต้องเตรียมยาด้วย หรือเด็กเล็กต้องเตรียมยาฉุกเฉิน เช่น ยาลดไข้ ยาสามัญประจำบ้าน ฯลฯ

 

 

เตรียมข้าวของ

การยก "ครัว" ไปเที่ยวโกลาหลพอสมควรค่ะ แต่น่าดีใจสำหรับคนมีลูกโต ว่าช่วยเหลือตัวเองได้มาก มีข้อแนะนำในเรื่องการเตรียมข้าวของว่า ให้ลูก ๆ หัดเตรียมข้าวของของเขาเอง เช่น เสื้อผ้า ถ้าไปเที่ยววันเดียวมีเสื้อผ้าไปสำรองสักชุดก็ดี(เผื่อเล่นน้ำ หรือมอมแมม)กระติกน้ำ หมวก สมุดบันทึก ปากกา ฯลฯ

เตรียมอาหารไปด้วยจะประหยัดกว่าเยอะค่ะ ถ้ามีเวลาเตรียมอาหารกลางวันที่หอบไปได้สะดวก อย่างเช่น ข้าวผัด หรือข้าวกับหมูทอด ไก่ทอด ไข่เจียว ไข่ต้ม แซนด์วิช ชวนลูกช่วยกันเตรียมคนละไม้คนละมือ

กล้องถ่ายรูป วิดีโอ ถ้ามี ช่วยให้ลูกจดจำเรียนรู้ได้ดีกว่าดูด้วยตาเฉย ๆ

หนังสือคู่มือ เกี่ยวกับสถานที่ที่จะไป หากมีเวลาคุณพ่อคุณแม่ค้นคว้าประวัติหรือรายละเอียดไว้ล่วงหน้า เวลาไปเที่ยวจะได้มีภูมิไว้บรรยายให้ลูกฟัง จะทำให้การเที่ยวมีความหมายขึ้นอีกมากทีเดียวค่ะ