ตรวจสอบระบบเวลารอบโลก

การนับระบบเวลาทั่วโลก

"UTC" คือ เวลามาตรฐานโลก ย่อมาจาก "Universal Time Co-ordinated" หรือ GMT-Greenwich Mean Time ที่ยังคงใช้ในบางประเทศที่เคยเป็นอาณานิคมของอังกฤษ หรือใช้อ้างอิงในการเดินเรือในปัจจุบัน

"CET" คือ เวลาซึ่งเป็นศูนย์กลางของยุโรป ย่อมาจาก "Central European Time" เป็นเวลา +1 จากเวลามาตรฐาน UTC จะได้เท่ากับ UTC +01.00

เวลามาตรฐาน (Standard Time)

เริ่มใช้ในศตวรรษที่ 19 กำหนดขึ้นเพื่อขจัดความสับสนเนื่องจากการจับเวลาตามแสงอาทิตย์ ประเทศอังกฤษเป็นประเทศแรกที่ประกาศใช้โดยยึดเวลามาตรฐานเมืองกรีนิช-Greenwich

ทั้งนี้การเทียบเวลามาตรฐานของแต่ละประเทศกับเวลามาตรฐานโลก (UTC) ใช้กฎเกณฑ์จากการประชุมนานาชาติ 25 ประเทศ ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อ 1 พฤศจิกายน พ.ศ.2427

ที่ประชุมมีมติให้แบ่งโลกตามแนวเส้นแวงออกเป็น 24 โซนเท่าๆ กัน แต่ละโซนมีค่า 15 องศา ทั้งในทางทิศตะวันตกและตะวันออก และมีค่าเท่ากับ 1 ชั่วโมงห่างจากโซนที่ติดกัน โดยเส้น 0 องศาจะผ่านที่เมืองกรีนิช และมีเส้นแบ่งวัน (International Date Line) อยู่ที่ 180 องศา และใช้เส้นแวงที่แบ่งประเทศออกเป็นสองส่วนเป็นตัวกำหนดเวลาว่าเวลามาตรฐานประจำถิ่นเร็วกว่าหรือช้ากว่าเวลามาตรฐานโลกที่เมืองกรีนิชเท่าไร

สำหรับประเทศไทย รัฐกาลที่ 6 ได้มีพระราชโองการกำหนดเวลามาตรฐาน และมีผลบังคับใช้วันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2463 (วันขึ้นปีใหม่ในขณะนั้น) ให้ "อัตรเวลาสำหรับกรุงสยามทั่วพระราชอาณาจักรเป็น 7 ชั่วโมงก่อนเวลากรีนีชในเมืองอังกฤษ" ปัจจุบันกรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือ เป็นผู้ควบคุมเวลามาตรฐานของประเทศไทย ซึ่งกำหนดเวลามาตรฐานของประเทศเป็น UTC +7 ชั่วโมง (เร็วกว่าเวลามาตรฐานโลก 7 ชั่วโมง)

การกำหนดเวลามาตรฐานเป็นสิทธิ์ของแต่ละประเทศ โดยที่การเปลี่ยนแปลงส่วนมากมีสาเหตุทางด้านพาณิชย์เป็นสำคัญ มีหลายประเทศเปลี่ยนแปลงเวลามาแล้ว เช่น เนปาลเปลี่ยนจาก UTC +5.40 เป็น UTC +5.45 หรือจอร์แดนเปลี่ยนจาก UTC +2 เป็น UTC +3 ชั่วโมง

ทั้งนี้หากไม่เทียบเป็น UTC ก็เรียกว่าเวลาท้องถิ่น หมายถึงค่าวันและเวลาในท้องถิ่นนั้นๆ (local time zone) หากต้องการแสดงให้เห็นว่าเป็นเวลาในระบบ UTC สามารถทำได้โดยการเพิ่มตัวอักษร Z ตัวใหญ่ต่อท้ายเวลาได้ดังนี้ 23:59:59Z หรือ 2359Z ตัว Z แทนคำ "zero meridian" ซึ่งหมายถึงเวลาที่เมืองกรีนิชอันเป็นที่นิยมใช้กันในวงการสื่อสารทางวิทยุ โดยออกเสียงว่า "Zulu"

ด้วยประการทั้งหลายนี้เวลาในประเทศไทยจะเขียนได้เท่ากับ UTC +0700 หรือ GMT +7000

สำหรับฝั่ง Eastern และฝั่ง Western ห่างกัน 3 ชั่วโมง
ET คือ Eastern Standard Time
PT คือ Pacific Time

เวลาในอเมริกาจะแบ่งเป็น 4 โซน  ซึ่งจะไม่รวมฮาวายและอลาสก้า ซึ่งเป็น Daylight Saving เช่น

PDT : Pacific Daylight Time 06.00 pm
MDT : Mountain Daylight Time 07.00 pm
CDT : Central Daylight Time 08.00 pm
EDT : Eastern Daylight Time 09.00 pm

เวลาจะเปลี่ยนทุกประมาณ 6 เดือน ในปีนี้วันที่ 31 ตุลาคม ก็จะหมดช่วงเวลาของ daylight saving เมื่อหมดแล้วเวลาก็จะเป็นปกติ ก็จะถอยเวลาลงไป 1 ชั่วโมง และเวลาจะเปลี่ยนกลับมาเป็น Saving อีกครั้งในเดือนเมษายน ก็จะหมุนเข็มเพิ่มไปอีกหนึ่งชั่วโมงเช่นกัน ช่วงนี้จะมืดก็ประมาณ เกือบสามทุ่ม เวลาช่วงกลางวันมีมากกว่ากลางคืน

EDT ย่อมาจาก Eastern Daylight Time ซึ่งจะเป็นเวลาที่ใช้ทางฝั่งตะวันออก ในโซน นิวยอร์ก, แมรี่แลนด์, แมสซาชูเซ็ต ฯลฯ ในช่วงหน้าร้อน ถ้าเป็นหน้าหนาว ก็จะใช้ EST ย่อมาจาก Eastern Standard Time

เวลา EDT ถ้าเทียบกับไทย เขาจะช้ากว่าเรา 11 ชั่วโมง แต่ถ้า EST ก็จะเป็น 12 ชั่วโมง

ส่วน ET จะเป็นเวลา Eastern Time

ส่วน PT จะมาจาก PST และ PDT ซึ่งก็คือ Pacific Standard Time และ Pacific Daylight Time

PDT จะใช้ในหน้าร้อนของทางฝั่งตะวันตก เช่น แคลิฟอร์เนีย, ไอดาโฮ, เนวาด้า, โอเรก้อน วอชิงตัน

PST จะใช้ในช่วงหน้าหนาว


เวลา PDT ถ้าเทียบกับไทย เขาจะช้ากว่าเรา 14 ชั่วโมง แต่ถ้า PST ก็จะเป็น 15 ชั่วโมง